ยินดีต้อนรับ   ลูกค้าทุกท่าน     (สมัครสมาชิกใหม่ |ลืมรหัสผ่าน ) 
0

หมวดหมู่

หมวดหมู่ย่อย

คำค้น

กรุณากรอกอีเมล์ 


● ทำรายการสั่งซื้อเสร็จ รอให้ทางร้านตรวจสอบรายการสั่งซื้อ แล้วจะโทรไปแจ้งยอดโอนเงินนะครับ :-)

● ปรับปรุงล่าสุด 18/9/60

คลิกถูกใจหรือยังครับ??




  * กรุณา login ก่อนทำการโหวต

 

 

 

    กลับไปหน้าบทความ    

  10 วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณ (Web Trust)

มีหลายๆ ครั้งที่ คุณทำแคมเปญโฆษณาต่าง ๆ หรือ บางครั้งพยายามทำให้ลูกค้า เข้ามาที่เว็บไซต์ของเราแล้ว แต่ปรากฏว่า "ลูกค้าไม่กล้าซื้อสินค้าของคุณ"  เพราะว่าบางครั้งลูกค้าเมื่อเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณ เค้าเกิดควาไม่แน่ใจ ไม่แน่นอนว่า "ถ้าฉันจ่่ายเงินให้เว็บไซต์ เว็บนี้ไปแล้ว ฉันจะได้สินค้าไหมเนี่ย?"   ปัญหานี้เอง สร้างความปวด หัวและปวดร้าวให้กับนักการตลาดหรือ เว็บไซต์ๆ หลายๆเว็บไซต์ ที่เน้นแต่ด้านการโฆษณา การทำแคมเปญ เพื่อดึงคนเข้ามาที่เว็บไซต์ แต่ก็มาตกม้าตาย ง่าย ๆ โดยการ "เค้าลืม.! กาสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของตนเอง"   ความ น่าเชื่อถือ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำการตลาด (E-Marketing) หรือการค้า (E-Commerce) บนเว็บไซต์ เพราะ การสร้างความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่น จะมีส่วนช่วยให้การตัดสินใจ ซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ในเว็บไซต์ของคุณได้ดีมากขึ้น ดังนั้นการสร้างความน่าเชื่อให้กับเว็บไซต์ของคุณจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และมีความละเอียดละออ เพราะการสื่อสารระหว่างคุณกับลุกค้าของคุณจะมีเพียงแค่หน้าเว็บไซต์ ที่คุณจะสามารถใช้เป็นช่องทางในการพูดคุยกับเค้าเท่านั้น ซึ่งวันนี้ผมมีวิธี ที่จะช่วยทำให้เว็บไซต์คุณน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ครับ

1. มีชื่อโดเมนเนม เป็นของคุณเอง
     การ มีชื่อเว็บไซต์ภายใต้ชื่อโดเมนเป็นของคุณเอง จะ สร้างความน่าเชื่อถือ ได้มากกว่า การเลือกที่จะไปใช้โดเมนที่ติดอยู่กับคนอื่น หรือใช้เว็บไซต์ฟรีที่อื่นๆ เช่น หากคุณจะต้องซื้อสินค้าระหว่างเว็บไซต์ www.ABC.com กับเว็บไซต์ www.geocities.com/ABC คุณ จะเลือกซื้อสินค้ากับเว็บไซต์ไหน? แน่นอนครับ เว็บไซต์ที่มีโดเมนเป็นของตนเองจะได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า และยิ่งคุณมีโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .co.th จะช่วยทำให้เว็บไซต์คุณดูน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะผู้ที่จะสามารถจดโดเมนเนมในรูปแบบ www.ABC.co.th ได้ นั้นต้องเป็นรูปแบบบริษัท และต้องมีเอกสารในการยืนยันเท่านั้น นั้นหมายถึง ชื่อเว็บไซต์ของคุณจะช่วยยืนยันความมีน่าเชื่อถือและมีตัวตนของคุณได้ดีมากๆ


2. หลีกเลี่ยงการใช้เว็บ Hosting ฟรี.!
     คงจะดูไม่ดีแน่ๆ หากลูกค้าคุณเข้าไปที่เว็บคุณแล้ว พบว่าเว็บไซต์ของคุณใช้บริการฝากข้อมูลในเว็บไซต์ที่ให้บริการ พื้นที่ฟรี ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ให้บริการเหล่านี้จะมีการนำโฆษณาสินค้าต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ของคุณไปแสดงที่หน้าเว็บไซต์ของคุณ หรือบางครั้งก็จะมีข้อความโฆษณาแสดงขึ้นมา ซึ่งความลำคาญให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงยังลดความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของคุณลงอีกด้วย

3.      การออกแบบเว็บไซต์ที่ดูน่าเชื่อถือ
     หน้าตาเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนเหมือนกับหน้าร้านค้าของคุณ ซึ่งหากหน้าร้านของคุณซอมซ่อ ดูไม่ดี ก็คงจะไม่มีใครเดินเข้ามาซื้อของที่หน้าร้านค้าของคุณแน่นอน ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์ที่ดี ถูกหลัก ใช้งานง่าย สวยงาม ก็จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อของภายในเว็บไซต์ของ คุณได้มากเลยทีเดีย

4. การนำเสนอข้อมูลภายในเว็บไซต์ที่ใหม่ สดเสมอ
     มีหลายๆ องค์กร หรือหลายๆ เว็บไซต์ ไม่ได้อัพเดท หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลเว็บไซต์มาหลายปีแล้ว ปล่อยให้ข้อมุลเก่า แก่แช่แป้งอยุ่อย่างนั้น บางครั้งลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซต์ ก็มักจะเกิดลังเลใจว่า เว็บไซต์นี้ยังเปิดบริการอยู่รึเปล่า ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือไปในทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่ต้องการขายสินค้า ดังนั้นคุณไม่ควรปล่อยให้หน้าเว็บไซต์ของคุณมีข้อมูลเก่า แลไม่อัพเดท คุณควรจะหมั่นเปลี่ยนแปลงข้อมูลเว็บไซต์ให้ "ใหม่-สดเสมอ" ยกตัวอย่างเช่น หากเว็บไซต์ของคุณมีสินค้า หรือข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา ก็ควรจะนำมาลงไว้ที่หน้าแรกของเว็บไซต์ เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณอยู่เสมอ และยังเป็นการช่วยยืนยันว่า เว็บไซต์ของคุณ มีคนคอยดูแลอยู่ และมีตัวตนแน่นอน

5. แสดงที่อยู่ข้อมูลจริง ที่สามารถติดต่อได้ง่าย
     การให้ข้อมูลที่อยู่ ที่สามารถติดต่อได้ง่าย อย่างครบถ้วน เช่น ชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แฟกซ์ หรือแผนที่ของร้านค้าคุณ ว่าตั้งอยู่ที่ไหน จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าคุณได้มาก เพราะลูกค้าจะเข้าใจได้ทันทีว่า หากเค้ามีปัญหา เค้าจะสามารถติดต่อคุณได้แน่นอน นอกเหนือจากการติดต่อทางเว็บไซต์ ซึ่งบางเว็บไซต์ ไม่ยอมแสดงข้อมูลต่างๆเหล่านี้ มีแค่ข้อมุล E-mail หรือ เบอร์มือถือเท่านั้น ซึ่งข้อมูลแค่นี้ ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เท่าไร

6. การอ้างอิงถึงผู้ที่เคยใช้บริการไปแล้ว (Testimonials)
     การที่คุณจะพยายามอธิบายว่าคุณบริการดี น่าเชื่อถือเท่าไร อาจจะไม่ดีเท่าการที่ให้ "ลูกค้าที่เคยใช้บริการของคุณ" มาพูดถึงและแนะนำถึงการใช้บริการของคุณที่ผ่นมาแล้ว ว่าดีแค่ไหน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ดีมาก และรูปแบบของการอ้างอิงลูกค้านั้น คุณควรจะเลือกเอา คำพูดหรือประโยค ที่ลูกค้าพูดถึงคุณในมุมที่ดี และช่วยกระตุ้น สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาอ่านได้ และควรอ้างอิงถึง ข้อมุลของผู้ที่คุณนำมาอ้างอิง ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล หรือ บริษัท และตำแหน่งงานของเค้า และยิ่ง หากเป็นดาราดัง หรือ เป็นคนที่หลายๆ คนรู้จัก ก็จะยิ่งช่วยทำให้ลูกค้า ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ จดจำและสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้มากยิ่งขึ้น

7. การนำผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ หรือให้บริการ ช่วยยืนยันความมีตัวตนและน่าเชื่อถือของเว็บคุณ
     หากคุณเป็น สมาชิกของ กลุ่มองค์กร สมาคม ชมรม หรือหน่วยงานต่างๆ เช่น สมาคมการค้า, ชมรมสินค้า OTOP ให้คุณนำข้อมูลต่างๆ ที่สามารถช่วยยืนการเป้นสมาชิกขององค์กรเหล่านั้น เช่น ใบประกาศษณียบัตร หมายเลขสมาชิก ฯลฯ มาลงไว้ในเว็บไซต์ เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลุกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์

หรือ คุณจะเลือกไปสมัครกับผู้ให้บริการ หรือ องค์กรที่จะทำหน้าที่เข้ามารับรองตัวตนของคุณในโลกอินเทอร์เน็ต ได้แก่

ของประเทศไทย (Domestic)
- การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล้กทรอนิกส์ ของ กรมพัฒนาธุรกิจ (www.DBD.go.th) กระทรวงพาณิชย์.

ของต่างประเทศ (International)
- การขึ้นทะเบียนกับทาง เว็บไซต์ www.Truete.com (มีค่าใช้จ่าย)
- การลงทะเบียนกับทาง https://www.bbb.org (มีค่าใช้จ่าย)
- ไปซื้อ SSL มาติดไว้ที่เว็บไซต์ก็ช่วยได้นะ เช่นของ VeriSign

ซึ่งก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจของคุณได้มากเลยทีเดียว

8. การนำรางวัล หรือข่าวสารที่เกี่ยวกับเว็บคุณ มาแสดง
     หากเว็บไซต์ของคุณเคยได้รับรางวัลจากองค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ เช่นการประกวด หรือการให้รางวัลอื่นๆ  หรืออาจจะเคยมีข่าวสาร (Press Release) ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือธุรกิจองคุณ ตามสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ แม็กกาซีน วิทยุ หรือ โทรทัศน์  คุณควรนำข้อมูลเหล่านั้น มาแสดงไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของคุณเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาที่เว็บไซต์คุณ

9. อ้างอิงถึงระยะเวลาที่คุณได้เปิดให้บริการมาแล้ว
     หากธุรกิจหรือเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งเปิดมานานเท่าไรจะยิ่งดี เพราะนั้นหมายถึงความน่าเชื่อถือ และความเชี่ยวชาญในสิ่งที่คุณทำมา ที่คุณมีก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการยืนยัน ระยะเวลาที่คุณเปิดให้บริการมา จะมีส่วนช่วยการันตีตัวคุณเองได้เช่นกัน เพราะส่วนใหญ่เว็บไซต์ที่โกงหรือ ไม่น่าเชือถือจะไม่สามารถเปิดให้บริการมานานๆ ได้

10. ภายในเว็บไซต์ควรจะสะกดอักษรที่ถูกต้อง
     การสะกดตัวอักษรหรือการใช้ภาษาภายในในเว็บไซต์ ควรจะมีความถูกต้อง สวยงาม น่าอ่าน และยิ่งถ้าภาษาอังกฤษ การใช้แกรมม่า หรือคำศัพท์ ควรจะถูกต้อง ตามหลักการ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของคุณที่เข้ามาในเว็บไซต์
 
การสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มเติมสำหรับเว็บไซต์ E-Commerce

1. คุณควรมีวิธีการสั่งสินค้าที่หลากหลายวิธีนอกเหนือการสั่งผ่านเว็บ เช่น ผ่านโทรศัพท์ แฟกซ์ อีเมล์ หรือเมล์ปกติ
2. เปิดรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต นอกเหนือจากวิธีอื่นๆ เพราะการชำระผ่านบัตรเครดิต แสดงถึงความมีตัวตนของเว็บไซต์คุณกับธนาคารผู้ให้บริการอยู่แล้ว
3. ใช้การจ่ายบัตรเครดิตผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยวิธีที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เช่นการใช้การเข้ารหัส SSL

     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะทำให้ผู้ที่ทำเว็บไซต์สามารถสร้าง ความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณได้ เพราะการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ นั้นสิ่งที่จะสื่อสารกับผู้รับชมหรือลูกค้าของคุณจะมีเพียงแค่เว็บไซต์เท่า นั้น  ซี่งหากคุณสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของคุณ  สิ่งที่ตามมาคือการมั่นใจในสินค้าหรือบริการในเว็บไซต์คุณ .. ลองนำไปใช้ดูนะครับ…

โดย Pawoot P.
เครดิตคุณ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ http://www.pawoot.com/article/e-marketing/105

 Numsin Hatyai 29 Ratyindee Hatyai Songkhla